วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ในหลวงในดวงใจตามโครงการพระราชดำริ

โครงการเขื่อนป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 

จังหวัดลพบุรี "เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์"



    ที่ตั้งโครงการ
          อยู่ที่ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี



    ระยะเวลาก่อสร้าง
          14 ปี (ปี 2538 - 2551)

      งบประมาณทั้งโครงการ
          7,831.000   ล้านบาท


     ความเป็นมา 
          เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตั้งอยู่ ณ บ้านหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งแม่น้ำป่าสักมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 13 ในจำนวน 25 ลุ่มน้ำของประเทศไทย เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ 14,520 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะของลุ่มน้ำแคบเรียวยาว แหล่งต้นน้ำอยู่จังหวัดเลย ลำน้ำมีความยาว 513 กิโลเมตร ไหลผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี และมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยประมาณ 2,400 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้พระราชทานพระราชดำริเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมของโครงการเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสักอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูก และบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำในลุ่มน้ำป่าสัก เป็นผลสืบเนื่องมายังเขตกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑลด้วย ซึ่งนำความเดือนร้อนมาให้ราษฎรเกือบทุกปี ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2536 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานพระราชดำรัสเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำของกรมชลประทานว่า หากเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปัจจุบัน ก็สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และขาดแคลนน้ำให้กับประชาชนได้ จะต้องก่อสร้างเขื่อน 2 แห่ง ที่แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำนครนายก ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดำเนินการ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 โครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2537 - 2542 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาพระราชทานนาม เขื่อนนี้ว่า "เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" อันหมายถึง "เขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ" เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้เริ่มเก็บกักน้ำครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธี

          การก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 23,336 ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้างด้านชลประทาน 7,831 ล้านบาท งบประมาณแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม 15,505 ล้านบาท โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้ก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และงานอื่น ๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบเสร็จสมบูรณ์และเพื่อเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติในวาระที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542

     ลักษณะโครงการ
          เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีลักษณะเป็นเขื่อนดิน แกนดินเหนียว (Zoned Type) ระดับสันเขื่อน +46.60 ม.รทก. (เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง) ความยาวประมาณ 4,860 เมตร ความสูงเขื่อน 31.5 ม. ความกว้างสันเขื่อน 10 เมตร ระดับกักเก็บน้ำสูงสุดที่ +43.00 ม.รทก. ปริมาณกักเก็บน้ำ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร

  
   อาคารประกอบและระบบชลประทาน
(1)   อาคารระบายน้ำล้น (Spill way)
  • ชนิดของอาคาร                                Gated Spillway
    ความกว้างของอาคาร ระดับสันอาคารระบายน้ำ  +34.50  ม.รทก.
    ความสามารถในการระบายน้ำ             3,900   ลูกบาศก์เมตร/วินาที
(2)   อาคารท่อส่งน้ำลงลำน้ำเดิม (River Outlet)
  • ชนิดของอาคาร                                Drop Inlet
    ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่อส่งน้ำ            3.0        เมตร
    ความสามารถในการระบายน้ำ             80.0      ลูกบาศก์เมตร/วินาที
(3)   อาคารท่อระบายน้ำฉุกเฉิน
  • ชนิดของอาคาร                                Drop Inlet
    ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่อส่งน้ำ             3.0       เมตร
    ความสามารถในการระบายน้ำ              65.0     ลูกบาศก์เมตร/วินาที
   ประโยชน์ของโครงการ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
 1. เป็นแหล่งสำหรับอุปโภค บริโภคของประชาชนในเขตลพบุรีและสระบุรี 
 2. เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมในเขตลพบุรีและสระบุรี 
 3. เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ชลประทานที่จะเกิดขึ้นใหม่ในเขตลพบุรีและสระบุรี 
 4. เป็นแหล่งน้ำเสริมสำหรับพื้นที่โครงการชลประทานเดิม 
 5. เป็นแหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่และแหล่งเพาะพันธ์ปลา 
 6. ช่วยการคมนาคมทางน้ำในแม่น้ำป่าสักตอนล่าง และการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย 
 7. ทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดลพบุรีและจังหวัดสระบุรีขยายตัวมากขึ้น 
 8. ช่วยป้องกันอุทกภัยในเขตจังหวัดลพบุรีและจังหวัดสระบุรีรวมทั้งในพื้นที่ตอนล่างของแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 
 9. เป็นแหล่งน้ำเสริมสำหรับอุปโภคบริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร 
10. เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ




แหล่งที่มา 
http://web.rid.go.th/lproject/const/project/during%20construction%20project/4pasak/pasak.html

8 ความคิดเห็น: